Posts Tagged ‘contract’

แบ่งกลุ่มลูกค้า และวิธีรับมือ

// October 18th, 2009 // 1 Comment » // Miscellaneous, Social

ไปอ่านบทความจาก smashing magazine มา อันนี้โดนใจอย่างแรง เลยอยากจะมาสรุปให้อ่านกันต่อ (สำหรับคนที่ขี้เกียจอ่านภาษาอังกฤษ)

เนื้อหาเป็นการแนะนำ freelance แต่ผมคิดว่ามันใช้ได้กับคนอื่นเช่น sales, marketing และ consult ด้วย สรุปว่าใครก็ได้ที่ต้องทำงานกับพระเจ้าของคุณ (หลายคนว่า ลูกค้า คือ  พระเจ้า)

การแบ่งกลุ่มลูกค้าได้ 8 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มตั้งรับและจอมเปลี่ยน

ทั้งๆที่รู้รายละเอียดดีว่าตัวเองต้องการอะไร แต่พวกเขาจะไม่ยอมบอก คุณจะได้รับข้อมูลน้อยจากลูกค้ากลุ่มนี้ เพราะเค้าไม่ค่อยให้ความร่วมมือ รวมถึงข้อมูลต่างๆ พอถึงเวลาส่งงานคุณลูกค้าจะขอเปลี่ยน/แก้ไขเยอะมาก ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ เนื่องจากงานไม่ถูกใจ

คุณจะต้อง “อดทน” กับลูกค้าแบบนี้ เตรียมใจแก้งานจนถึงวันสุดท้ายได้เลยจะได้ไม่ต้องหัวเสีย และให้เก็บงานก่อนแก้ไว้ทั้งหมด เพราะมันอาจจะต้องแก้กลับไปกลับมาหลายครั้ง คุณควรทำให้ลูกค้ารับทราบว่ามีการแก้งานในจำนวนจำกัดตามสัญญา

2. กลุ่มเพื่อน ญาติ พี่น้อง

เนื่องจากรู้จักกันนานหลายปี และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้คุณได้งานนี้ พวกเขาหวังไว้ว่าจะได้รับราคา “พิเศษ” และเข้ามายุ่มย่ามกับการทำงานได้ด้วย อาจจะถึงการไม่ให้ความสำคัญกับงานของคุณด้วย นี่จะเป็นการทดสอบถึงความสัมพันธ์ระยะยาวของคุณกับเขา

“ความซื่อสัตย์” และความเป็นมืออาชีพ คือจุดสำคัญ คุณจะต้องชั่งน้ำหนัก “ความรู้จัก” และ “ค่าของความสัมพันธ์” ให้ดี แต่ให้จำไว้ว่าคนที่มาเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมาเป็นข้อได้เปรียบไม่ใช่ “เพื่อนแท้” ให้รับมือและทำให้พวกเขารับรู้เช่นกัน แต่ถ้าคุณไม่อยากเสียความสัมพันธ์ที่ดี ก็อย่ารับงาน หรือส่งผ่านให้คนอื่นดีกว่า

3. กลุ่มไม่เห็นคุณค่า และดูถูก

พวกนี้ตีค่างานของคุณต่ำ พยายามจะเข้ามาเป็น “เพื่อน” ของคุณ ซึ่งจริงๆไม่ใช่เลย พวกเขาเพียงแค่อยากจะได้ราคาแบบเพื่อน พวกเขาอาจจะไม่มีความรู้ในการตัดสินงานของคุณ จึงคิดว่ามันไม่เห็นจะยากตรงไหน และคิดว่าคุณจะแอบมาหลอกโก่งราคาอยู่เสมอ

ต้อง “มั่นใจ” กับในงานและอาชีพที่คุณทำอยู่ พวกเขาจะสามารถรับรู้ได้ ให้ยึดมั่นกับหน้าที่ที่รับผิดชอบและอย่ายอมอ่อนโดยไม่จำเป็น ถ้าลูกค้ายังไม่เข้าใจ ให้ยกเลิกงานไปเลย เพื่อลดอาการขาดทุนในท้ายที่สุด

4. กลุ่มจุกจิก

พวกนี้จะขอแก้ไขงานในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แต่บ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง พวกเขาอาจทำให้คุณเข้าใจว่าคุณไม่เหมาะงานที่ทำเลย และมันจะไม่เคยโดนใจเขาเลย ลูกค้ากลุ่มนี้อาจะกดดันจนบางครั้งมันอาจจะทำให้คุณรู้สึกแย่ ถึงกับคิดว่าตัวเองไม่เก่งพอกับงานนี้

“อดทน” จะแก้ปัญหาได้อีกครั้ง จะยึดมั่นกับหน้าที่ตามสัญญาให้ดี ถ้าถูกขอให้ทำงานเกินหน้าที่ให้ระบุให้ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่หน้าที่ตามตกลงไว้ โปรดเข้าใจว่านี่คือนิสัยส่วนบุคคล ไม่ใช่เรื่องงาน อาจจะทำให้คุณรับมือได้ดีขึ้น

5. กลุ่มขี้เหนียว

พวกนี้จะคล้ายจะดูถูก ไม่เห็นคุณค่า และจุกจิก แต่จริงๆแล้วพวกเขาชอบและชื่นชมงานของคุณ พวกเขาจะพยายามกดดันด้วยวิธีต่างๆ เพื่อทำให้คุณเสียความมั่นใจจนลดราคา ซึ่งในอดีตอาจทำสำเร็จมาแล้วด้วยกับคนอื่นๆ

“มั่นใจ” ในความสามารถของคุณ ทำให้พวกเขารับรู้ว่าคุณเข้าใจในงานและมีความสามารถที่จะทำสำเร็จได้ ถ้าพวกเขายังไม่เคารพงานของคุณ เตรียมตัวทิ้งงานนี้ได้เลยยังมีลูกค้าและงานอื่นๆอยู่มีมากมาย

6. กลุ่มชั้นทำเองก็ได้

พวกนี้จะบอกคุณตั้งแต่แรกว่า พวกเขาทำเองได้ แต่ไม่มีเวลาพอ พวกนี้อาจเป็นทีมงานในองค์กร หรือเจ้าของธุรกิจเองแต่ไม่ต่างกัน คุณแค่มาทำงานแทนเขา พวกนี้จะมากับงานด่วน และรายละเอียดครบถ้วน

นี่ไม่ใช่งานของคุณ คุณแค่มาช่วย และต้องเข้าใจว่าคุณต้องเอาใจคน 2 กลุ่มทั้งพวกเขา และลูกค้า/เจ้านายของพวกเขาด้วย

7. กลุ่มล้วงลูก

พวกนี้จะเข้ามาควบคุมทุกรายละเอียด ทุกอย่างต้องผ่านการรับรู้ และตัดสินใจก่อนเสมอ พวกเขาจะขออยู่ในระบบงานของคุณด้วย ไม่ว่าจะเชิญหรือไม่ก็ตาม พวกเขาจะเข้ามายุ่งระหว่างงาน ด้วยเชื่อว่าคุณอาจจะไม่รอบคอบดีพอจนทำให้คุณพลาดในบางอย่าง และจะยิ่งทำให้พวกเขาเข้ามายุ่งมากขึ้น

“ทำใจ” ถ้าจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่องานนี้ คุณจะไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย เป็นแค่คนทำงานคนหนึ่ง ไม่ใช่งานสร้างสรรค์แต่อย่างใด ดังนั้นให้ปล่อยมันไปอย่างที่มันจะเป็น คุณอาจจะไม่อยากเก็บงานนี้เป็นผลงานของคุณ

8. กลุ่มลูกค้าในฝัน

พวกนี้มักจะอยู่ในเรื่องเล่าขาน และตำนาน ผู้ที่เข้าใจงาน และความสามารถของคุณ ให้คุณมีอิสระในการทำงาน และตรงเวลาในเรื่องการให้ความร่วมมือและชำระเงินด้วย

“คว้าไว้” ให้นานที่สุด เท่าที่คุณจะทำได้

สัญญาจ้าง Developer ควรเป็นแบบนักฟุตบอลอาชีพ

// June 23rd, 2009 // 5 Comments » // Social, Technology

ก่อนอ่าน : Developer ของผมคือ App/Web Designer, Programmer, Tester, Support เป็นทุกหน่วยบุคคลากรชั้นแรงงาน (ความสามารถสูง) ในโครงการ

ผมมาคิดๆ ไป เห็นว่าการจ้างงานอาชีพ Developer ประเภท Full-time นั้น ถ้าเราใช้สัญญาแบบลูกจ้างธรรมดา มันไม่ค่อยเอื้อประโยชน์ให้กับทั้งตัว Developer และนายจ้างเองเลย

ปัญหา Developer : ทำงานหนักโดยไม่คุ้มกับสิ่งตอบแทน ถึงแม้ (บางครั้ง) นายจ้างจะเห็นความดีความชอบ ก็จะได้ค่าตอบแทนเป็น “เลี้ยงข้าว”, “วันหยุด”, “คำชม” มีน้อยมาก ที่ทุ่มเทแทบตาย แก้ปัญหามากมาย นอกเหนือกรอบการทำงานของตัวเอง แต่ก็ไม่มีอะไรดีขึ้น แต่การ “ได้โบนัสเพิ่ม”, “ปรับตำแหน่ง”, หรือ “ขึ้นเงินเดือน” มีความซับซ้อนพอๆ กับการทำการปรับ ครม. เลยจะได้ไม่ได้ง่ายๆนัก

ทางออก Developer : หางานใหม่ ดีกว่า ได้เงินเดือนขึ้นแน่ๆ

ปัญหา นายจ้าง : Developer ดีๆ มักอยู่กับตัวเองไม่นาน เพราะถ้าไม่หางานใหม่ที่ดีกว่า ก็โดน Head Hunter ดึงตัวไปก่อน เสียดายเวลาจะมาค่อยๆ สอนเด็ก พอเก่งแล้วก็หนีไป

ทางออก นายจ้าง : สัญญาห้ามออกจากงานระบุระยะเวลาไว้

ปัญหา Developer : รู้สึกเหมือนโดนตีกรอบ โดนขัง ไม่มีอิสระ ไม่มีความสุข

“การทำงานไม่มีความสุข” นี่แหละ อุปสรรคอันใหญ่หลวงของการพัฒนา ความคิดสร้างสรรค์ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ให้กับองค์กรเลย

ผมเลยคิดๆ ว่าถ้าใช้แบบนักฟุตบอลอาชีพดีมั้ย? เพราะ Developer และ นักฟุตบอลอาชีพ มีความคล้ายกันอยู่หลายประการ

1. ขายความสามารถเฉพาะตัวเองเป็นหลัก

2. ต้องทำงานเป็นทีม และต้องเข้ากับทีมได้

3. ต้องทำงานช่วยเพื่อน เพื่อเป้าหมายของทีม นอกเหนือกรอบการทำงานส่วนตัวได้ (เช่นกองหน้าลงมาช่วยอุด ในช่วงท้ายเกมส์ ทีมนำอยู่)

4. ยอมรับในเงินเดือน/ค่าเหนื่อย และความรับผิดชอบที่ไม่เท่ากัน

จึงสังเกตุเห็นว่า สัญญานักเตะอาชีพนั้นมีการเอื้อประโยชน์ต่อทั้งตัวนักเตะเองและสโมสรด้วย คือ

- สัญญากำหนดเวลาแน่นอน มีการสิ้นสุดของสัญญา

- มีเงื่อนไขระบุชัดเจน ในรายละเอียดปลีกย่อย แยกเฉพาะรายบุคคลไป

- มีโอกาสที่นายจ้างจะต่อสัญญา เสนอสัญญาใหม่ เมื่อไหร่ก็ได้ กับใครก็ได้ (ไม่ต้องรอสิ้นปี)

- เปิดโอกาสให้ซื้อตัวกันได้ โดยที่นายจ้าง/สโมสรต้องมีผลประโยชน์เข้าร่วม (ค่าฉีกสัญญาเก่า)

พอจะประยุกต์ใช้กับ Developer เราก็จะต้องมีการเซ็นสัญญา ชูเสื้อ ถ่ายรูป ประกาศไปเลย เป็นการให้เกียรติและให้ความสำคัญกับ Developer ของเราอย่างชัดเจน

ใน US ก็น่ามีทำกันบ้างแล้ว เช่น

Aza Raskin : Breaking: Mozilla Hires Humanized Founders via Techcrunch

Johnny Lee : ‘Wii hacker’ part of Microsoft’s Natal effort via Cnet

บ้านเราน่าจะเอาอย่างกันบ้างมั้ย?