Archive for Social

10 เรื่องเด่น วงการไอทีในบ้านเรา ปี 2009

// January 4th, 2010 // 1 Comment » // Social, Technology

ไหนๆ ก็หมดปีแล้ว ก็ขอรีวิววงการไอทีในบ้านเรา ตลอดปี 2009 ที่ผ่านมากันหน่อย ทั้งหมดคิดเอาเองตามประสบการณ์ที่ทำ duocore มานานหลายปีแล้ว ปี 2009 เป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงมาก ทั้งในเรื่องต่างประเทศ ที่ส่งผลกระทบมากถึงบ้านเรา เรื่องในประเทศของเราเอง ทั้งด้านอุปกรณ์ โครงข่าย นักพัฒนา เว็บ และพฤติกรรมของผู้คน จัดกันเลยดีกว่า

10. Michael Jackson​

ถึงแม้ King of Pop จะไม่ได้อยู่ในวงการไอที แต่การจากไปของเขา ได้ฝากสิ่งที่คิดว่าจะเป็นไปได้ ให้เป็นไปแล้ว นั่นคือทำให้วงการไอทีทั้งโลกถึงกับต้องหยุดลง (อินเตอร์เน็ตล่มทั่วโลก) ไปชั่วขณะ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์อินเตอร์เน็ตโลกมากก่อนเลย ถือเป็นข่าวใหญ่มาก และเป็น keyword ติดอันดับต้นๆ ในทุกๆ สถาบัน search engine ทั้งหลาย

9. Obama -> PM.go.th

กระแสที่ไม่เกี่ยวกับคนไอทีเหมือนกัน แต่ใช้ไอทีได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงมาก ต่อเนื่องจากปลายปีที่แล้ว และทำให้การเมืองทุกประเทศต้องมีการขยับตัว ในการใช้กลยุทธอินเตอร์เน็ต ทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับรัฐมากขึ้น เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในโลกอินเตอร์เน็ตแห่งวงการเมืองได้เลย

8. Android

อันนี้ยิ่งใหญ่กว่าอีก เปิดตัวในปีที่แล้วแต่กระแสเพิ่งจะบูมในบ้านเรา เพราะผู้ผลิตหลายเจ้าเริ่มตอบรับและเข็นตัวอุปกรณ์มือถือออกมากันเพียบ นำขบวนโดย HTC ซึ่งจริงๆคาดการณ์ในตอนแรกจะเทคะแนนให้ Pre ซึ่งมีอดีตแม่ทัพ iPhone ย้ายข้างไปสวามิภักดิ์ค่าย Palm ทำการเปิดตัวได้รุนแรงและน่ากลัวมาก แต่น่าเสียดายที่ดันมาตกม้าแพ้ภัยตัวเองด้วย application และโครงข่าย CDMA ที่จำกัดพื้นที่การใช้งาน

7. Windows 7

กับเลข 7 ต้องยกให้กับเปิดตัวได้อย่างยิ่งใหญ่ ชิงความได้เปรียบเหนือคู่แข่งทั้ง Snow Leopard แม้แต่ Kamic Koala ด้วยทุนสร้างและคุณภาพที่น่านับถือ ผ่านมือเซียนรีวิวทั้งผู้สนับสนุน เป็นกลาง หรือแม้แต่ต่อต้าน จนชนะใจได้ไปหลายส่วน ในบ้านเราก็มีทั้งตัว Wallpaper คนไทย ระบบภาษาที่รองรับไม่มีปัญหา ไปจนถึงกลุ่ม blogger พลังชุมชนออนไลน์ ได้มีส่วนร่วมกันถ้วนหน้ากัน

6. Google Chrome

น้องใหม่มาแรงในวงการ Browser ที่ทำให้ศึกเจ้ามหาวิหาร IE กับแก๊งตลาดสด Firefox กลายเป็นหนังสามก๊กขึ้นมา ด้วยพลังนวัตรกรรมแห่ง Google ซึ่งในท้ายที่สุดได้ขยายการรองรับ เอาใจสาวก Linux กับ Mac ทำให้แย่งชิงพื้นที่จำนวนผู้ใช้ในกลุ่ม Power User ที่ชื่นชมความเร็วแบบเรียบง่ายมาได้พอสมควร ฝ่ายที่เครียดคงจะเป็น Safari ที่ต้องตกเป็นตัวเลือกรองลงมาอีก จนต้องกลับไปคิดหนักในปีหน้า

5. Social Media Seminar

เรื่องใหม่มาแรงเลย เริ่มด้วยงาน TwitBKK ที่จัดโดย @molek (ซึ่งจริงๆเป็นครั้งที่ 3 แล้ว) ดันไปจุดประกายต่อเป็นปรากฏการณ์ #wawee แล้วตามด้วย MKTTwit และ TwitCon ตามลำดับ กลายเป็นการจัดงานประเภทนี้ได้ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการในบ้านเรา ซึ่งจริงๆแล้วใครจัดก็ได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบและแนวทาง กับสิ่งที่ผู้มาร่วมงานจะได้รับเป็นสำคัญ

4. BlackBurry

อันนี้เป็นหลักฐานแสดงความเป็นคนดัง – Celeb – ในบ้านเราอย่างแท้จริง ใครไม่มีไม่เข้าวงการหรูหรา ด้วยรูปร่างโทรศัพท์แปลกใหม่ มากับบริการสื่อสารกันฟรีภายในชุมชนคนดังด้วยกันแลกรหัสกัน (แต่ไม่ฟรีนะ) เป็นการเปิดตัวมือถือหรูหราได้อย่างสมบูรณ์แบบจากค่ายมือถือชื่อดัง ที่ต้องการเบียดกระแส iPhone เพราะมีคนได้สิทธิการขายน้อยราย ให้ตกขอบวงการสินค้าสุดฮิปไปได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งๆที่ต่างประเทศทำกลับกัน

3. Twitter

เป็นการเติมโตอย่างแท้จริงของการเสรีภาพในการสื่อสารแบบใหม่บนโลกออนไลน์ กับข้อจำกัดง่ายของ 140 ตัวอักษร ที่บอกให้โลกรู้ว่าฉันกำลังคิด/ทำอะไรอยู่ จนทำให้เกิด Social Media Seminar และเป็นส่วนหนึ่งของการบูมเรื่อง Social Media ในบ้านเรา งานนี้ต้องขอบคุณนักการเมืองหลายท่านที่ช่วยกันสร้างกระแสทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ ทำให้สังคมได้เริ่มสนใจเทคโนโลยีกันมากขึ้น+ ย่อ URL

2. Facebook

เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้ Social Media เกิดในบ้านเราอย่างแท้จริง ด้วยความสามารถหลากหลาย และเกมส์มันๆหลั่งไหลเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ถึงกับเขย่าบรรลัง Hi5 ที่ครองเจ้าผู้ให้บริการ Social Network ในบ้านเรา ด้วยยอดเติบโตรวดเร็วติด 1 ใน 5 ของโลก ทำให้คนทั้งในและนอกวงการอินเตอร์เน็ตต้องกระโดดลงมาใช้เพื่อฉกฉวยผลประโยชน์อย่างจริงจัง และกระแสนี้ยังจะคงอยู่ไปอย่างน้อยเป็นปี

1. 3G

สิ้นสุดการรอคอยเสียที กับการโครงข่ายที่จะพลิกหน้าการสื่อสารในบ้านเรา ด้วยความเร็วกับพื้นที่ที่สามารถรองรับข้อมูลเนื้อหาได้อย่างหลากหลาย พร้อมอุปกรณ์ที่เริ่มมีวางขายในราคาชนชั้นกลางบ้างแล้ว ถึงแม้ยังมีข้อกังขาในเรื่องคุณภาพอยู่บ้างแต่ นี่คือนิมิตหมายที่ดีที่บ้านเราจะได้มีความเจริญทางด้านเทคโนโลยีต่อไป เหมือนกับอีกหลายๆ ประเทศที่ผลักดันเรื่องดีจนสำเร็จและก้าวนำหน้าเราไปหลายปีแล้ว

ทั้งหมดนี้ก็เป็นความเห็นส่วนตัว หวังว่าในปี 2010 นี้ บ้านเราจะยังตื่นตัวในเรื่องการใช้เทคโนโลยีทันสมัย เพื่อการยกระดับคุณภาพชีวิตตัวเอง พัฒนาองค์กร ไปจนถึงประเทศชาติ ให้มีความสามารถที่จะแย่งชิงพื้นที่บนโลกในยุคข้อมูลข่าวสารกันได้อย่างไม่อายใคร

สภาอาหารเย็น #pladipcamp

// December 25th, 2009 // 2 Comments » // Social

เพื่อนกิน (ความหมายเดิม) เพื่อนที่คบหาสมาคมด้วยเมื่อมีเงินเลี้ยงดูเท่านั้น

ผมว่าเราอาจจะต้องนิยามใหม่คับ

เพื่อนกิน (ความหมาย ของผม) เพื่อนที่คบหาสมาคมด้วย นิสัยการกินที่คล้ายกัน

ดูจากการประสบการณ์การกิน #pladipcamp ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา และจากอีกหลายๆ ครั้งที่อาจจะไม่ได้มีการเขียน blog อย่างเป็นทางการมากนัก มันเพียงแค่คนไม่มีคน (เช่น @ripmilla และอีก 2-3 คน) อยากกินปลาดิบ พร้อมแบ่งปัน ร้านปลาดิบดีๆ แห่งนึง (ร้าน Agehan อ่าน รีวิว ได้) มาในสังคม twitter ของตัวเอง จนเกิดการขยายวงตาม Ripple Effect จนทำให้งานนี้มีคนมาไม่ต่ำกว่า 20 คน

บางครั้งการออกไปกินมื้อหนักไปเลย แทนที่จะออกไปเพียงแค่จิบกาแฟคุยกัน มันจะมีข้อแตกต่างอยู่บ้าง เท่าที่สังเกตุจะเป็นแบบนี้

สภากาแฟ สภาอาหารเย็น
ตอนสาย หลังอาหารเช้า หรือ ตอนบ่าย หลังอาหารเที่ยง ตอนเย็น หรือ ตอนค่ำ
ประมาณ 1-2 ชั่วโมง 2 ชั่วโมงขึ้นไป
มักจะเป็นเวลาว่าง นอกจากคุยธุรกิจ เป็นเวลาทานอาหารเย็นอยู่แล้ว
2-5 คน 5 คนขึ้นไป
อยู่ตามห้างต่างๆ อยู่นอกห้าง มักจะเป็นร้านบุฟเฟ่ หรือร้านที่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง
พูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียธุรกิจ การเมือง แลกเปลี่ยนประสบการณ์การกิน ร้านอาหาร ไปถึงประสบการณ์ชีวิต
งบประมาณ <200 บาท ต่อหัว งบประมาณ 200-600 บาท ต่อหัว

และที่สำคัญคือ สภากิน นั้นจะเป็นเพื่อนที่ใกล้ชิด หรือต่อไปจะใกล้ชิดกัน มีความรู้สึกแน่นแฟ้น ซึ่งเป็นเรื่องแปลกประหลาดในมุมมองของผม

หรืออาจเป็นเพราะว่า เวลาคนเราอิ่มแล้วจะรู้สึกดี ทำให้พอทุกคนก็จะมีแต่ความรู้สึกดีๆ มอบให้แก่กันหลังจากได้เสวนากันในสภาอาหารเย็น

ทดสอบ Air Card TOT 3G กับ OS X

// December 8th, 2009 // No Comments » // Social, Technology

ประสบโอกาสอันดี ได้ผ่านที่ไปงาน imobile 3gx ราคาดู ที่นี่
แต่ที่ต้องการไปลองจริงๆ คือ ตัว aircard จะ support กับ OS X หรือ mac ทั้งหลายได้หรือไม่ ถ้า support แล้วจะใช้อย่างไร

ไปถึงที่ booth ถามพนักงาน (นึกไว้แล้ว) ตอบว่า “เอ่อ..??” แล้ววิ่งไปเรียกคนที่น่าจะรู้ดีที่สุดมา แล้วก็เจอคำตอบเดียวกัน “เยี่ยมจริงๆ”

ก็เลยต้องบอกว่า “ขอลองได้มั้ย” เอา macbook pro มาด้วย ก็ได้รับการช่วยเหลืออย่างดี
เสียบปุ๊บ ขึ้นเป็น CD Drive มาเลย เปิดมาดูก็เห็น Mac Installation เป็น icon ให้อีกอันเลย

“มันต้อง support แน่นอน” เหลือแค่ ใช้ยังงัยหว่า ก็ลงๆ program ให้เรียบร้อย
“แถม restart ครั้งนึง” (แอบตกใจ) ทำตัวอย่างกะ windows อ่ะ

ปัญหาอยู่ตรงนี้ล่ะ.. restart แล้วทำไงต่อ ใน windows มี icon ให้ที่ desktop เลย แต่ OS X มันไม่มีนิ ไปดูใน /application ก็ได้

ว่าแต่มันควรจะชื่ออะไร หากันซักพักค่อยเจอว่าชื่อ Mobile Connect (ดูรูป) เปิดโปรแกรมมามันก็เจออุปกรณ์ได้ทันที แล้วขอ root authentication ตามระเบียบเพื่อใช้อุปกรณ์ แล้วบอกว่าใช้ระบบ auto ไม่ได้ ต้องใส่ค่าต่างๆลงไปเอง

ก็เลยมาที่ เบอร์ *99# user: internet ไม่มี password ต่อเสร็จแล้วจบเลย ไม่ต้องใส่ APN

OS X จะมองเป็น USB Modem มี icon ขึ้นให้เห็นพร้อมเวลาเชื่อมต่อ

ว่าแล้วก็ต้องไปทดสอบความเร็วกับ speedtest.or.th กัน ผลตามภาพ

Ping = 203 ms TRUE <- ก็ไม่แย่มากนะ รับได้ ถือว่า 2-3 hop กว่าจะถึง
download = 2.59 Mbps <- 36% จากที่บอก 7.2 Mbps ก็พอรับได้เล็กน้อย
upload = 0.29 Mbps (290 Kbps) <- 5% จากที่บอก 5.76 Mbps อันนี้รับไม่ได้ แย่เกินไป

ตอนแรกกะว่าจะเอามาทำ live ให้มันเนียนๆ เหมือนอารยะประเทศที่เจริญแล้ว แต่ก็นะ แบบไทยๆ ทำได้แค่นี้แหละ

ที่สำคัญไปดูเจ้าใหญ่ในห้าง True wifi กันเองดีกว่า อันนี้ขอไม่เขียนบรรยายครับ

สรุปงาน WordCampBKK

// November 16th, 2009 // 5 Comments » // Social, Technology

จากครั้งก่อนที่ TCDC ก็ว่าใหญ่แล้ว งาน #wordcampbkk ที่ศรีปทุม ครั้งนี้ใหญ่กว่าเดิมอีก มีที่นั่งแบบ lecture ได้เลย นับๆ น่าจะเกิน 300 ที่นั่งได้ มี wifi ของสถานที่ใช้ได้อย่างไม่ติดขัด

แต่บรรยากาศจะเป็นสำหรับคนทั่วไปมากกว่า IT/Tech Community นิดนึง ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้เพิ่มจำนวนผู้ใช้ให้ออกไปนอกกลุ่ม คนที่ใช้เป็นอาชีพ (IT Professional) เปิดงานด้วยผู้สนับสนุนทั้งหลาย ตามด้วยการสร้างแรงบันดาลใจจาก blogger ต่างๆมากมาย รวมทั้ง powerontv ด้วย ดำเนินรายการโดย @ripmilla

อาหารเที่ยง “กล่อง” ใหญ่มากมี #ihere มาขับกล่อมตามระเบียบ รู้สึกว่าคราวนี้จะมาเต็มวง พร้อมสมาชิกใหม่ @dekundercover มาให้เป็นกระเป๋ารถเมล์ (อุปกรณ์ให้จังหวะ) แถมฝากเพลงเกาหลีเท่ห์ให้ด้วย จากนั้นก็ตามด้วยนักร้องบังคับเชิญเช่น @iwhale, @jakrapong, @iannnnn, @ceemeagain และอื่นๆอีกมากมาย

ภาคบ่ายมีสัมภาษณ์คนดังจากหลากหลายวงการ ต่อด้วย @iannnnn มาโชว์เทคนิคเจ๋งๆในการทำงานกับ wordpress มี สงวน มาโชว์เทคนิคเจ๋ง ของ Windows Platform ต่อด้วยทีม SIU มาวิเคราะห์ social media ในบ้านเรา ปิดท้ายด้วยเรื่องแทรกซี่งผมเอง กะ @molek @ripmilla โดดจากการเป็นพิธีกรมาเล่าประสบการณ์ของ BlogFest Asia ให้ฟังกันแบบรวบรัด ก่อนจบงานกันอย่างชื่นมื่นครับ

สุดท้ายขอบคุณ @iwhale @OaddybeinG และทีมงาน Kapook จัดงานครั้งนี้และทำให้วงการไอทีพัฒนาไปอีกขั้นครับ

Protected: Slide: Social Media for Journalist

// November 12th, 2009 // Enter your password to view comments. // Social, Technology

This post is password protected. To view it please enter your password below:


BlogFest.Asia Day 2

// November 8th, 2009 // 2 Comments » // Social

วันที่ 2 ของ BlogFest.Asia

ช่วงเช้ามี Hong Kong Blogger Conference “เป็นภาษา Cantonese” และไม่มี subtitle ด้วย ฮะๆๆ
สังเกตุเห็น คุณลุง คุณป้า จำนวนหนึ่งมาร่วมงาน ทำให้เห็นสังคม blogger เข้าถึงคนได้หลายกลุ่มมากๆ และวงการไอที ก็ยังให้ความสำคัญกับคนที่ไม่ใช่คนไอทีใช้อินเตอร์เน็ต


ช่วงบ่ายมีการแบ่งกลุ่มพูดคุยเกี่ยวกับงานครั้งนี้จาก โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม
Organizing เสนอว่า การจัดงานควรมี การสร้างความสัมพันธ์นอกงานด้วย เช่น beer camp จำนวนที่เริ่มที่ 30-40 คนเป็นอย่างน้อย ถึงจะทำให้เกิดการตื่นตัวในระดับเริ่มต้นได้ ต้องมีผู้นำในการจัดการต่างๆ มีกลุ่มผู้ช่วยบ้าง

Sustainability มากับโครงการจัดต่อไปเรื่อยๆ โดยเริ่มจากการทำรายชื่ออีเมล์ ทำให้เกิดการรวมกลุ่ม และแสดงพลังจากกลุ่มคนที่เข้าร่วมก่อการครั้้งแรก และแลกเปลี่ยนเรื่องราวในพื้นที่ซึ่งกันและกัน โดยระวังการเฝ้ามองจากรัฐ ครั้งหน้ามองไปที่เวียดนาม ซึ่งตรงกับปีท่องเที่ยวพอดี

Privacy สรุปถึง Tor ซึ่งเป็นเครื่องมือปลดปล่อยการเข้าถึง website ที่ถูก block และปกป้อง source IP ได้ เพื่อเสรีภาพในการเสนอความเห็นที่ปลอดภัยจากการโดนจับตามองจากรัฐ ในประเทศที่มี Censorship ต่างๆ ซึ่งต่อไปน่าจะมีการสร้างเป็นเนื้อหาและแจกจ่ายในภาษาท้องถิ่นต่างๆ ได้ด้วย

BlogFest.Asia Day 1 (ปิดท้าย)

// November 7th, 2009 // No Comments » // Social

เรื่องที่ 5 จาก Dr. Thomas Crampton มาพูดเกี่ยวกับเรื่องความสำคัญของ Social Media ในปัจจุบัน

ต่อมา Alex เป็น Founder Jacso เป็น Blog Service Provider รายใหม่ใน Hong Kong มุ่งที่จะสร้างมาตรฐาน Official Blog ของคนที่ใช้ภาษาจีนเป็นภาษาหลัก (Hong Kong, China, etc.) ทำให้เกิดสังคมของ Blog ในขณะที่มีคู่แข่งมากมายทั้ง Local และ ต่างชาติ Jacso พยายามจะสร้างความแตกต่าง โดยเริ่มที่ดารา Hong Kong ทั้งหลายมาใช้เป็น Official Blog ให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดคน และเป็นพื้นที่ Social Marketing ต่อไป

เรื่องที่ 6 จากเป็นเรื่อง Open Creative Society
เริ่มด้วย Video จาก Gen Kanai, Mozilla Asia มาพูดถึง Blogoshere ใน ญี่ปุ่นที่เป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตของการใช้ Internet ในญี่ปุ่น

มี Jimmy จาก CC Philippines มาอธิบาย การเขียนบล๊อก คือเสรีภาพในการแสดงออก แต่กฎหมายลิขสิทธิ์ คือการกีดกันการแสดงออก

“Copyright is not the right to copy.” เท่ห์ดีนะ

ที่ก็มาสอนเรื่อง Creative Commons Licenses ต่างๆ

มี Gondon จาก Hong Kong Open Source Software Center (HKOSSC) มาส่งเสริมการใช้ OSS บอกว่ามีการรวมกลุ่มระหว่างชาติในเอเชียกัน โดยบ้านเราคือ NECTEC และ SIPA แล้วคุณลุง Gordon ก็ชื่นชนบ้านเราด้วยว่ามีความตื่นตัวในเรื่อง OSS สูงมาก สังเกตุจากการที่ทุกอย่างในเว็บเป็นภาษาไทย แล้วเอาภาพจาก Joomla Day มาใส่ (เอ้อเว้ย ทำไปได้) แล้วไปตามประเทศต่างๆ ซึ่งดูเหมือนจะไม่ต่างกับบ้านเราเท่าไหร่

มี Johnie เป็น Commissioner ของ Wikimedia ใน Hong Kong มาแนะนำผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของ Wikimedia ด้วย เช่น WikiBooks, Wikitionary, etc. แล้วก็มาหาอาสาสมัครเพิ่ม


และหมดวันแรกแล้ว รอดูต่อวันที่ 2

BlogFest.Asia Day 1 (ต่อ)

// November 7th, 2009 // No Comments » // Social

ยังอยู่ในงาน BlogFest.Asia ที่ Hong Kong

จากเรื่องแรก (GlobalVoices) ต่อมาเป็นเรื่อง MA19 ของ
ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Obama ที่เป็นแนะนำการใช้ Social Media ในวงการเมือง ซึ่งมีผลกระทบไปทั้งโลก ในบ้านเราก็ต้องเป็น pm.go.th แต่เหมือนจะนำหน้าไปก่อน ตรงที่การเปิดโอ บ้านเราคงเข้าใจกันดีอยู่แล้ว

เรื่องที่ 3 เป็นเรื่อง Censorship ซึ่งมี @isaac จากจีนเป็นพระเอก (ที่เหลือเอ่ยชื่อไม่ได้) โดยพูดถึงเสรีภาพอันน้อยนิดจนถึงขั้นไม่มีเลย ในกลุ่มประเทศที่ปกครอง หรือเคยปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ เช่นจีน เวียดนาม พม่า มี Blogger หลายคนโดนจับ และสูญหายจากการวิจารณ์การทำงานของรัฐบาล ต่อมาคนพวกนี้ก็ได้รวมกลุ่มกัน ทำกิจกรรม และสร้างเครือข่ายกันเพื่อให้ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้เกิดความเข้มแข็ง และสามารถให้/รับความช่วยจากต่างชาติได้ด้วย

เรื่องที่ 4 เรื่อง blog ในเรื่องสิ่งแวดล้อม มีคนฮ่องกงมาพูดถึง ฮ่องกงมีมลพิษทางอากาศแย่กว่านิวยอร์ค 3 เท่า!!! น่าตกใจ มีคนจากมองโกเลียมาพูดเรื่อง NoMadGreen เว็บข่าวสิ่งแวดล้อมโดย NGO มองโกเลีย มีฟิลิปปินส์พูดการรายงานสถานการณ์ในช่วยพายุเข้า ทำให้สายโทรศัพท์ขาด แล้วมันลำบากมาก

BlogFest.Asia Day 1

// November 7th, 2009 // 2 Comments » // Social

จาก Post ที่แล้ว ก็มาถึงงานกับ @ripmilla @molek ได้เจอคนมากมายจากหลายประเทศ ทั้งมองโกเลีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย พม่า เวียดนาม และแน่นอนฮ่องกงเองด้วย

งานจัดที่อาคารสาธารณะของชุมชน (Community Center) บ้านเราไม่มีอะไรแบบนี้

งานวันแรกเป็นแบบ Conference ก็คนมาพูดตามด้วยการเปิดถาม-ตอบตามกำหนดการที่ได้แจ้งไว้
เริ่มต้นที่ GlobalVoices เป็น NGO ข้ามชาติที่ต้องการทำลายกำแพงภาษาในการสื่อสารระดับนานาชาติ ด้วยการรับอาสาสมัครมาช่วยกันทั้งเขียน และแปลบทความ ข่าว ในหลายๆด้าน รวมทั้งการเมืองด้วย จากภาษาอังกฤษ​ (ภาษาหลัก) เป็นภาษาอื่น ตอนนี้มีมากกว่า 20-30 ภาษาแล้ว ที่น่าแปลกมากๆ คือ ไม่มีภาษาไทย

ปัญหาอยู่ที่กลุ่ม NGO ข้ามชาติพวกนี้ไม่มีทางเข้าหาชุมชนคนไทยได้เลย เค้าอ่านภาษาไทยไม่ออก กลุ่มที่ทำข่าวเรื่องนี้ ไม่สนใจต่างประเทศ ไม่สนว่าโลกเค้าจะทำอะไรกัน ถ้าเอ่ยถึงกลุ่ม NGO ผู้ทำงานด้านสื่อ ในบ้านเรา ส่วนใหญ่จะนึกถึง Preetam Rai และ CJ Hinke (FactThai) เท่านั้น

ไม่ใช่ความผิดของทั้งคู่นะ แต่นี่คือตัวอย่างการปิดกั้นโอกาสของ NGO ในบ้านเราที่ไม่ยอมมมองเครือข่ายข้ามชาติ

การเป็นอาสาสมัครช่วยงาน NGO แบบนี้แน่นอน “เค้ามีเบี้ยเลี้ยง” ให้นะ ไม่ใช่อาสาสมัครต้องทำฟรีเสมอไป และที่จ่ายอ่ะเป็น US Dollar ด้วยพอแปลงเป็นเงินไทย ถึงจะไม่มากแต่ก็น่าจะสมค่าเหนื่อยบ้างแหละ

ถ้าใครสนใจติดต่อก็ติดต่อไปที่ GlobalVoice หรือเมล์มาจะช่วยประสานให้


ขอบคุณรูปทั้งหมดจาก @ripmilla

เตรียมพบกับ BlogFest.asia 2009 ที่ Hong Kong

// October 27th, 2009 // 1 Comment » // Miscellaneous, Social, Technology

หลังจากที่ blogfest.asia ประกาศ สนับสนุนครั้งที่ 2

มีชื่อผมกะ @ripmilla และ @molek ติดโผเข้าไปด้วย

Screen shot 2009-10-26 at 2.44.13 PM

งานนี้จัดวันที่ 6-8 พ.ย. นี้ ทำให้ผมต้องพลาด #twittcm ที่เชียงใหม่อย่างน่าเสียดายสุดซึ้ง เสียดายจริง (เสียดายภาษาจีนกลาง ที่เรียนมาอย่างกระท่อนกระแท่น ซ้ำอีก T-T)

จาก Program ของงานจะเป็นว่าแอบมี WebWednesday HK จัดในวันศุกร์ที่ 6 ซะด้วย ถ้าโชคดีจะไปแจม แล้วมาดูว่าจะเหมือน/ต่างกับเมืองไทยอย่างไร (ฮะๆๆ ทำ WebWed บ้านเราผมยังไม่เคยไปเลยอ่ะ เห็นว่ามีแต่เสือสิงห์สายการตลาดไปชุมนุมกัน ฮะๆๆ)

ใครอยากจะฝากถาม/พูด ให้ไปขุดคุ้ย เก็บเรื่องราวอะไรเป็นพิเศษ กับงานนี้ ให้แจ้งมาได้เลยครับ ยินดีรับใช้ blogger บ้านเรา ไม่ให้น้อยหน้าใคร

ยังงัยสุดท้ายก็ต้องขอบคุณ พี่เพ็ญศรี DotArai.com ที่ให้โอกาสเด็กน้อยไปวิ่งเล่นต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ครับ

BlogFest.Asia, BlogFest 2009 150x120 Banner