Archive for Miscellaneous

อ่าน Google Reader ให้เร็วขึ้นด้วยปุ่มลัดบน Keyboard

// July 11th, 2010 // No Comments » // Miscellaneous, Technology

Google Reader Keyboard Shortcut

Google Reader Keyboard Shortcut

ไม่รู้ว่า Feature นี้มานานแล้วหรือยัง แต่พอใช้แล้วมันเจ๋งมาก เลยต้องเขียนโพสเพื่อบอกคนอื่นบ้าง

จากที่อ่าน Google Reader มานาน (มาก) บางครั้งก็รู้สึกว่าการใช้เม้าส์กดโน่นนี่มันก็ง่ายดีอยู่หรอก แต่มันช้า เพราะต้องทำ 2 อย่างคือ 1) เลื่อนเม้าส์ไปที่ปุ่มที่ต้องการ 2) คลิ๊ก ซึ่งแต่ละปุ่มก็ช่างเล็กจิ๋ว เพื่อประหยัดพื้นที่ให้เนื้อข่าว เรื่องราวที่เราต้องอ่าน ให้เราไม่ต้องเลื่อนหน้าจนเกินไป

ปุ่มที่ใช้มีดังนี้

j/k : เรื่องต่อไป/ก่อนหน้า (ใช้เวลาอ่านเนื้อเรื่อง)

n/p : เลื่อนขึ้น/ลง (ใช้เวลาอ่านตามหัวข้อ)

o หรือ enter : สลับยืด-หด (ใช้คู่กับ n/p เวลาเลื่อนไปถึงหัวข้อที่ต้องการ)

s/S : ให้ดาว/แชร์ แบ่งปันให้ follower

v : ไปเว็บต้นฉบับ

m : สลับอ่านแล้ว-ยังไม่ได้อ่าน

r : โหลดหน้าอีกครั้ง

u : เอาแถบซ้ายออกไป (อ่านเต็มจอ browser)

A : ปุ่มวิเศษ (อ่านหมดแล้ว)

ตัวเต็มเป็นแบบนี้

Google Reader keyboard shortcuts

Navigation Acting on items
j/k: next/previous item s: star item
space: next item or page l: like item
<Shift> + space: previous item or page t: tag item
n/p: item scan down/up (list only) e: email item
<Shift> + n/p: next/previous subscription <Shift> + s: share item
<Shift> + x: expand folder <Shift> + d: share item with note
<Shift> + o: open subscription or folder v: view original
o/enter: expand/collapse item (list only)
c: add comment
<Shift> + c: view comments
m: mark item as read/unread
<Shift> + a: mark all as read
<Shift> + t: open “send to” menu
Jumping Application
g then h: go home r: refresh
g then a: go to all items u: toggle full screen mode
g then s: go to starred items 1: switch to expanded view
g then <Shift> + s: go to shared items 2: switch to list view
g then u: open subscription selector /: move cursor to search box
g then t: open tag selector a: add a subscription
g then <Shift> + t: go to trends page =: increase magnification
g then d: go to discovery page -: decrease magnification
g then f: open friend selector
g then <Shift> + f: go to friends’ shared items
g then c: go to comment view
g then e: go to explore
g then p: go to popular items

live video

// December 23rd, 2009 // Comments Off // Miscellaneous

เตรียมพบกับ BlogFest.asia 2009 ที่ Hong Kong

// October 27th, 2009 // 1 Comment » // Miscellaneous, Social, Technology

หลังจากที่ blogfest.asia ประกาศ สนับสนุนครั้งที่ 2

มีชื่อผมกะ @ripmilla และ @molek ติดโผเข้าไปด้วย

Screen shot 2009-10-26 at 2.44.13 PM

งานนี้จัดวันที่ 6-8 พ.ย. นี้ ทำให้ผมต้องพลาด #twittcm ที่เชียงใหม่อย่างน่าเสียดายสุดซึ้ง เสียดายจริง (เสียดายภาษาจีนกลาง ที่เรียนมาอย่างกระท่อนกระแท่น ซ้ำอีก T-T)

จาก Program ของงานจะเป็นว่าแอบมี WebWednesday HK จัดในวันศุกร์ที่ 6 ซะด้วย ถ้าโชคดีจะไปแจม แล้วมาดูว่าจะเหมือน/ต่างกับเมืองไทยอย่างไร (ฮะๆๆ ทำ WebWed บ้านเราผมยังไม่เคยไปเลยอ่ะ เห็นว่ามีแต่เสือสิงห์สายการตลาดไปชุมนุมกัน ฮะๆๆ)

ใครอยากจะฝากถาม/พูด ให้ไปขุดคุ้ย เก็บเรื่องราวอะไรเป็นพิเศษ กับงานนี้ ให้แจ้งมาได้เลยครับ ยินดีรับใช้ blogger บ้านเรา ไม่ให้น้อยหน้าใคร

ยังงัยสุดท้ายก็ต้องขอบคุณ พี่เพ็ญศรี DotArai.com ที่ให้โอกาสเด็กน้อยไปวิ่งเล่นต่างบ้านต่างเมืองแบบนี้ครับ

BlogFest.Asia, BlogFest 2009 150x120 Banner

แบ่งกลุ่มลูกค้า และวิธีรับมือ

// October 18th, 2009 // 1 Comment » // Miscellaneous, Social

ไปอ่านบทความจาก smashing magazine มา อันนี้โดนใจอย่างแรง เลยอยากจะมาสรุปให้อ่านกันต่อ (สำหรับคนที่ขี้เกียจอ่านภาษาอังกฤษ)

เนื้อหาเป็นการแนะนำ freelance แต่ผมคิดว่ามันใช้ได้กับคนอื่นเช่น sales, marketing และ consult ด้วย สรุปว่าใครก็ได้ที่ต้องทำงานกับพระเจ้าของคุณ (หลายคนว่า ลูกค้า คือ  พระเจ้า)

การแบ่งกลุ่มลูกค้าได้ 8 กลุ่ม ดังนี้

1. กลุ่มตั้งรับและจอมเปลี่ยน

ทั้งๆที่รู้รายละเอียดดีว่าตัวเองต้องการอะไร แต่พวกเขาจะไม่ยอมบอก คุณจะได้รับข้อมูลน้อยจากลูกค้ากลุ่มนี้ เพราะเค้าไม่ค่อยให้ความร่วมมือ รวมถึงข้อมูลต่างๆ พอถึงเวลาส่งงานคุณลูกค้าจะขอเปลี่ยน/แก้ไขเยอะมาก ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ เนื่องจากงานไม่ถูกใจ

คุณจะต้อง “อดทน” กับลูกค้าแบบนี้ เตรียมใจแก้งานจนถึงวันสุดท้ายได้เลยจะได้ไม่ต้องหัวเสีย และให้เก็บงานก่อนแก้ไว้ทั้งหมด เพราะมันอาจจะต้องแก้กลับไปกลับมาหลายครั้ง คุณควรทำให้ลูกค้ารับทราบว่ามีการแก้งานในจำนวนจำกัดตามสัญญา

2. กลุ่มเพื่อน ญาติ พี่น้อง

เนื่องจากรู้จักกันนานหลายปี และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้คุณได้งานนี้ พวกเขาหวังไว้ว่าจะได้รับราคา “พิเศษ” และเข้ามายุ่มย่ามกับการทำงานได้ด้วย อาจจะถึงการไม่ให้ความสำคัญกับงานของคุณด้วย นี่จะเป็นการทดสอบถึงความสัมพันธ์ระยะยาวของคุณกับเขา

“ความซื่อสัตย์” และความเป็นมืออาชีพ คือจุดสำคัญ คุณจะต้องชั่งน้ำหนัก “ความรู้จัก” และ “ค่าของความสัมพันธ์” ให้ดี แต่ให้จำไว้ว่าคนที่มาเอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมาเป็นข้อได้เปรียบไม่ใช่ “เพื่อนแท้” ให้รับมือและทำให้พวกเขารับรู้เช่นกัน แต่ถ้าคุณไม่อยากเสียความสัมพันธ์ที่ดี ก็อย่ารับงาน หรือส่งผ่านให้คนอื่นดีกว่า

3. กลุ่มไม่เห็นคุณค่า และดูถูก

พวกนี้ตีค่างานของคุณต่ำ พยายามจะเข้ามาเป็น “เพื่อน” ของคุณ ซึ่งจริงๆไม่ใช่เลย พวกเขาเพียงแค่อยากจะได้ราคาแบบเพื่อน พวกเขาอาจจะไม่มีความรู้ในการตัดสินงานของคุณ จึงคิดว่ามันไม่เห็นจะยากตรงไหน และคิดว่าคุณจะแอบมาหลอกโก่งราคาอยู่เสมอ

ต้อง “มั่นใจ” กับในงานและอาชีพที่คุณทำอยู่ พวกเขาจะสามารถรับรู้ได้ ให้ยึดมั่นกับหน้าที่ที่รับผิดชอบและอย่ายอมอ่อนโดยไม่จำเป็น ถ้าลูกค้ายังไม่เข้าใจ ให้ยกเลิกงานไปเลย เพื่อลดอาการขาดทุนในท้ายที่สุด

4. กลุ่มจุกจิก

พวกนี้จะขอแก้ไขงานในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ แต่บ่อยๆ อย่างต่อเนื่อง พวกเขาอาจทำให้คุณเข้าใจว่าคุณไม่เหมาะงานที่ทำเลย และมันจะไม่เคยโดนใจเขาเลย ลูกค้ากลุ่มนี้อาจะกดดันจนบางครั้งมันอาจจะทำให้คุณรู้สึกแย่ ถึงกับคิดว่าตัวเองไม่เก่งพอกับงานนี้

“อดทน” จะแก้ปัญหาได้อีกครั้ง จะยึดมั่นกับหน้าที่ตามสัญญาให้ดี ถ้าถูกขอให้ทำงานเกินหน้าที่ให้ระบุให้ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่หน้าที่ตามตกลงไว้ โปรดเข้าใจว่านี่คือนิสัยส่วนบุคคล ไม่ใช่เรื่องงาน อาจจะทำให้คุณรับมือได้ดีขึ้น

5. กลุ่มขี้เหนียว

พวกนี้จะคล้ายจะดูถูก ไม่เห็นคุณค่า และจุกจิก แต่จริงๆแล้วพวกเขาชอบและชื่นชมงานของคุณ พวกเขาจะพยายามกดดันด้วยวิธีต่างๆ เพื่อทำให้คุณเสียความมั่นใจจนลดราคา ซึ่งในอดีตอาจทำสำเร็จมาแล้วด้วยกับคนอื่นๆ

“มั่นใจ” ในความสามารถของคุณ ทำให้พวกเขารับรู้ว่าคุณเข้าใจในงานและมีความสามารถที่จะทำสำเร็จได้ ถ้าพวกเขายังไม่เคารพงานของคุณ เตรียมตัวทิ้งงานนี้ได้เลยยังมีลูกค้าและงานอื่นๆอยู่มีมากมาย

6. กลุ่มชั้นทำเองก็ได้

พวกนี้จะบอกคุณตั้งแต่แรกว่า พวกเขาทำเองได้ แต่ไม่มีเวลาพอ พวกนี้อาจเป็นทีมงานในองค์กร หรือเจ้าของธุรกิจเองแต่ไม่ต่างกัน คุณแค่มาทำงานแทนเขา พวกนี้จะมากับงานด่วน และรายละเอียดครบถ้วน

นี่ไม่ใช่งานของคุณ คุณแค่มาช่วย และต้องเข้าใจว่าคุณต้องเอาใจคน 2 กลุ่มทั้งพวกเขา และลูกค้า/เจ้านายของพวกเขาด้วย

7. กลุ่มล้วงลูก

พวกนี้จะเข้ามาควบคุมทุกรายละเอียด ทุกอย่างต้องผ่านการรับรู้ และตัดสินใจก่อนเสมอ พวกเขาจะขออยู่ในระบบงานของคุณด้วย ไม่ว่าจะเชิญหรือไม่ก็ตาม พวกเขาจะเข้ามายุ่งระหว่างงาน ด้วยเชื่อว่าคุณอาจจะไม่รอบคอบดีพอจนทำให้คุณพลาดในบางอย่าง และจะยิ่งทำให้พวกเขาเข้ามายุ่งมากขึ้น

“ทำใจ” ถ้าจำเป็นอย่างยิ่งยวดต่องานนี้ คุณจะไม่สามารถควบคุมอะไรได้เลย เป็นแค่คนทำงานคนหนึ่ง ไม่ใช่งานสร้างสรรค์แต่อย่างใด ดังนั้นให้ปล่อยมันไปอย่างที่มันจะเป็น คุณอาจจะไม่อยากเก็บงานนี้เป็นผลงานของคุณ

8. กลุ่มลูกค้าในฝัน

พวกนี้มักจะอยู่ในเรื่องเล่าขาน และตำนาน ผู้ที่เข้าใจงาน และความสามารถของคุณ ให้คุณมีอิสระในการทำงาน และตรงเวลาในเรื่องการให้ความร่วมมือและชำระเงินด้วย

“คว้าไว้” ให้นานที่สุด เท่าที่คุณจะทำได้

ร้านยำแม่ริ้ว (บางแสน)

// September 28th, 2009 // No Comments » // Miscellaneous, Social

ผมเป็นคนนึงที่ไม่ชอบทานอาหารในห้าง (ถ้าเลือกได้นะ บางครั้งก็เลือกไม่ได้ก็ต้องกินๆไป) เพราะ

  1. ดูรีบเร่งยังงัยพิกลเสมอๆ ร้านก็อยากขายเร็วๆ เยอะๆ คนก็รีบๆ กินๆ แล้วก็ไปๆ ซะ
  2. ถ้าแพงเพราะใช้วัตถุดิบคุณภาพดี บริการเยี่ยม การปรุงพิถีพิถัน ผมจะเต็มใจจ่ายอ่ะ แต่นี่มันแพงเพราะค่าเช่าที่
  3. เหมือนกันทุกห้างเลย ให้ตายสิ เอาให้มันแตกต่างบ้างก็ดีนะ

สำหรับ Fortune ห้างอุปกรณ์ไอทีชื่อดัง เดินทางและจอดรถได้สะดวกกว่าไปพันทิพย์หลายสิบเท่านัก ก็ไม่มีข้อยกเว้นครับ

แต่ต้องยกความดีให้กับ @ripmilla ที่แนะนำร้าน ยำแม่ริ้ว (บางแสน)

ตำแหน่ง “หายากมาาาาก”

ต้องลงไปชั้นใต้ดิน ถ้าลงบันไดเลื่อนกลางห้าง (จะเจอ mk) เดินไปทาง super sports จนสุดทางเลยคับ แต่จะให้สะดวก ให้ออกไปบันไดนอกห้าง เดินลงไปสุดๆ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าห้าง ถึงเลยร้านนั้นเลย

IMG_0122

เป็นร้านกึ่งตามสั่ง แต่ใช้ของทะเลล้วน พวกกุ้ง หอย ปู ปลา ปลาหมืก มีครบครัน

จุดเด่น คือ ความสดของวัตถุดิบ ในราคาที่กินได้บ่อยๆ

IMG_0124

IMG_0125จากภาพ มีเมนูปกติ ที่ดูดีๆ จะมีแต่อาหารทะเล มีเมนูพิเศษพวกปูม้า ปลาทู เป็นสีสันได้อีก

วันนั้นผมเกิดหิวจัดไปหน่อย ไปกัน 2 คนก็สั่ง ข้าวผัดปลาทู, ข้าวกระเพราะปลาหมืก+ไข่ดาว, ข้าวผัดน้ำพริกศรีราชา ตรงกลางมี ยำหอยนางรม กับแกงเลียงกุ้งสด และน้ำเปล่า รวมกันแล้ว 300 มีทอนครับ กับอาหารทะเลสดๆ ถือว่าโอเคเลยทีเดียว

ยังลองไม่ครบทุกอัน เลยไม่รู้ว่าอะไรเด็ดจริง ยังงัยใครไปลองแล้ว ฝากมาบอกด้วย

slide สำหรับชาว twittbkk#3

// September 6th, 2009 // No Comments » // Miscellaneous, Social, Technology

มาแล้วๆ ไปดูที่นี่กันคับ

ขออภัยเรื่องข้อมูลผิดพลาดนิดนึง แต่ตอนนี้ update เรียบร้อยแล้ว

ขอบคุณ @molek ที่ให้ได้พูดซะที

ข้อมูลหลายๆ ส่วนเป็น cc: by, nc, sa ดังนั้น ให้ refer ต่อไปด้วยนะครับ

ตัวอย่าง Parody : This is John Connor.

// June 16th, 2009 // 1 Comment » // Miscellaneous, Technology

ผมว่าไอเดียในการทำ Parody มันก็ไม่มีเขียนเอาไว้ในหนังสือเล่มไหนหรอก

(หรือถ้ามี ก็ช่วย comment บอกผมด้วยคร้าบ จักเป็นพระคุณอย่างสูง)

ช่วงนี้ก็เลยชื่นชมคนที่ทำ Parody เป็นพิเศษ สรุปด้วยตัวเองได้ดังนี้

0. รู้ว่าตัวเองกำลังจะสื่ออะไรออกไป (สำคัญมากๆ)

1. รู้ว่าอะไรเป็นกระแสของสังคม (และของโลก ในขณะนี้)

2. หาจุดเด่นของ #1 ให้เจอ (แบบว่าเข้าใจได้ภายใน 1-2 วินาทีแรก) แล้วดึงมันออกมา

3. ดัดแปลงเนื้อหาจุดนั้นให้มันเป็นแบบที่เราจะสื่อซะ “ที่เหลือต้องคงไว้อย่าให้เสีย”

ตัวอย่างเช่น อันนี้  mrbrownshow.com : terminator salvation

Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.

ที่ชอบคือ การดึงจุดเด่นของหนังตรงที่เป็นวิทยุคลื่นสั้น ระหว่าง john conner ที่พูดกับเหล่าผู้กอบกู้โลกมาเล่น ให้เป็นวิทยุที่ john พูดกับเหล่าผู้ตกงาน ในสภาวะเศรษฐกิจถดถอยแบบนี้

ชื่นชมๆๆ

อาชีพใหม่ เริ่มงานที่ 3 หมื่นบาท

// June 7th, 2009 // 2 Comments » // Miscellaneous, Social

เห็นประกาศหางานแล้วตกใจ ทำให้คิดว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ จนต้อง tweet ออกไป

งานง่ายๆ เมีย..น้อย

งานง่ายๆ เมีย..น้อย

เริ่มงานที่ 3 หมื่นครับ พี่น้อง แถมสวัสดิการเพียบ มีลูกเหมือนถูกหวยรางวัลใหญ่เลย รับไปอีกคนละ 1 ล้าน สวัสดิการอัพเกรดตามลำดับ

โอ้.. ผมไม่แน่ใจว่านี่มันทำได้ตามกฎหมายหรือป่าวนะ แต่เห็นว่ามันเกินไปว่ะ

มันคือ ขายตัว แบบใหม่ยุคไฮสปีด ไปเป็น เมีย(น้อย)ฝรั่ง

แล้วอย่างงี้ใครมีหัวคิดแบบตื้นๆ สมองตันๆ เชื่อคนง่ายๆ ก็ตกหลุม ไม่ต้องเอ็นฯ ไม่ต้องเรียนมหาลัยแล้ว ทำงานไปทำไม รออายุ 25 ก็ไปสมัครที่นี่ซะ นอนๆ ยั่วๆ ให้มันมีลูกแล้วจะ “รวย”

ที่มันไม่ธรรมดา คือ ผมเห็นอันนี้ที่ระหว่างทางเดินสยาม-มาบุญครอง โอ้โห ผมให้เกียรติว่านี่เป็นสถานที่ของพลังในอนาคตของประเทศชาตินะครับ เยาวชน คนรุ่นใหม่ นักศึกษามหาลัยศิลปิน คนวัยเริ่มทำงาน หนุ่มสาวไฟแรง โฆษณานี้มาได้อย่างไร

เจ้าของหัวหนังสือพิมพ์ ไม่สนใจบ้างหรือว่า เพราะคนอย่างท่านเห็นแก่เงินน้อยนิด เข้ากระเป๋าตัวเอง แลกกับบ้านเมืองฉิบหายเพราะ “สื่อไม่มีจรรยาบรรณ”

สังคมบ้านเรา เป็นอะไรไปแล้วครับเนี่ย

Wallpaper อันใหม่อีกแล้ว

// June 2nd, 2009 // No Comments » // Miscellaneous

หลังจากติดตาม เจ้า wallpaper ใหม่ทุกๆเดือนตาม smashing magazine

Wallpaper เดือนนี้ ก็ได้ update ไปอีกแล้ว เป็นรูปนี้

tropical flower

มีสองแบบคือ มีและไม่มีปฏิทิน แต่นั่นทำให้เราพบกว่า การมีปฎิทินแปะอยู่บน wallpaper นั้นมันทำให้ชีวิตง่ายขึ้นอีกนิดนึง เพราะเวลาจะใช้ ก็แค่เอามองไปที่ wallpaper ซะ เท่านี้ก็นับได้แล้ว ว่าจากวันนี้ไปถึงวันต่างๆ มันจะห่างไปอีกกี่วัน

ปกติแล้ว ในงานทุกชนิดมันจะต้องระบุวันเสร็จอยู่เสมอๆ ทำให้คนที่ทำงานเป็นหัวหน้าโครงการ หรือผู้กำหนดตารางงาน จะต้องมีชีวิตที่ติดอยู่กับปฎิทินอย่างขาดไม่ได้

“งานนี้อีก 3 วันจะเสร็จมั้ย” ก็ต้องเหลือบดูปฎิทิน นั่นแหละมันเร็วตรงนี้นี่เอง

ถ้าใครอยากลองไปเลือกภาพเจ๋งๆ ประดับหน้าจอ เปลี่ยนอารมณ์การทำงานบ้าง ก็ไปที่ smashing magazine ละกัน

ทำไมถึงต้องมี blog ของตัวเอง

// June 2nd, 2009 // No Comments » // Miscellaneous

จากทำ duocore.tv อยู่แล้ว ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่อยากทำเป็นส่วนใหญ่ด้วย นั่นคือการ “ผลักดันวงการไอทีในบ้านเรา

อย่าว่าแต่ให้ตามทัน หรือเท่าทันต่างประเทศเลย แต่ให้รู้ทัน (ซักเล็กน้อย) ก็ยังดี ตรงกับปรัชญาที่ว่า “ในเมื่ออยากได้แต่ไม่มีใครทำ ก็ทำเองซะสิ (วะ)

ตอนนี้ก็เหมือนกัน มีเรื่องบางอย่าง (แต่หลายเรื่อง) ที่อยากพูด เผยแพร่ให้คนอื่นได้รับฟัง รับรู้ เพื่อประโยชน์ เพื่อความสุข แต่ไม่เกี่ยวกับเรื่องไอที จึงคิดว่าไม่เป็นการเหมาะสมนักที่จะเอา duocore.tv ซึ่งเป็นของชุมชนคนอ่านข่าวไอที ไปยัดเยียดเนื้อหาส่วนตัวลงไป

ก็เลยเป็นที่มาของการเปิด blog ตัวเอง

และแน่นอน ยังมีส่วนเนื้อหาไอที ที่อาจจะไม่ได้กล่าวถึงในรายการด้วย

ถือว่าเป็นการทำบุญของชาวไอทีอีกทางหนึ่ง คือ เผยแพร่ความรู้ที่ตนเองได้รับมา ให้เป็นประโยชน์่ต่อสาธารณะ เพื่อให้บรรลุถึงความตั้งใจส่วนตัวของเราต่อไป